Archive for the ‘General’ Category

“เวลาที่เรารักใครสักคนหนึ่ง เรารักเขาเพราะอะไร?”

เป็นคำถามที่ผมตอบให้ตัวเองไม่ได้ ไม่ว่าจะลองพยายามถามตัวเองดูสักกี่ครั้งก็ตาม ไม่ว่าจะครุ่นคิดเสียเท่าไหร่
ก็ไม่สามารถเค้นคำตอบออกมาจากสมองได้เสียที ทีแรกผมก็คิดว่าอาจเพราะเราไม่ได้รักด้วยสมองก็ได้ เราอาจจะ
รักใครสักคนด้วยหัวใจ หรือจิตใจ แต่พอมาคิดๆ ดูอีกทีแล้วมันก็คือๆ กัน หัวใจ = จิตใจ = ต้องประมวลผล ก็คือ
ต้องมาจากสมองอยู่ดี ดังนั้นการจะถามคำถามนี้กับตัวเอง ผมก็ต้องเลือกถามจากสมองของตัวเองอยู่ดีนั่นแหละ

แต่ก็อย่างที่บอกไป คำตอบมันไม่ยอมออกมาเสียที ผมได้แต่ลังเลว่ามันจะเป็นอะไรกันแน่ กับสิ่งที่ผมรู้สึก
กับสิ่งที่ผมคิด สุดท้ายผมก็สามารถตัดตัวเลือกทั้งหมดที่มีในหัวให้เลือกแค่สองตัวเลือกได้คือ “สัญชาตญาณ (อารมณ์)”
และ “เหตุผล” การตัดตัวเลือกของผมมันก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากมายนักในการตัดสินใจเลือกคำตอบที่เป็นของตัวเอง
ถึงแม้จะเหลือเพียงสองตัวเลือก แต่มันก็ยากที่จะตอบอยู่ดีว่ามันคืออะไร

ในทีแรกใจผมเทไปให้ที่ เหตุผล เสียทั้งหมด เพราะมันดูเป็นอะไรที่เหมาะเจาะ เวลาที่ผมจะรักใครซักคน ผมต้องเลือก
และเมื่อผมจะเลือก ผมก็ต้องมีเหตุผล ผมเลือกเพราะผมชอบ… แต่ผมชอบเพราะ? ด้วยคำถามนี้ซึ่งผมไม่สามารถ
หาเหตุผลมารองรับได้ เลยทำให้ตัวเลือกนี้มันมีคะแนนลดลงไป และน้ำหนักก็ถูกถ่ายเทไปที่ตัวเลือก สัญชาตญาณ แทน
ผมมาคิดว่า การที่เราชอบอะไรสักอย่างเนี่ย ถ้ามันไม่มีเหตุผล มันก็ต้องเป็นอะไรซักอย่างที่ไม่ควรจะมีเหตุผลนั่นแหละ
อย่างสิ่งที่เรามีมาตั้งแต่กำเนิด หรือก็คือ สัญชาตญาณ นั่นแหละ

บางครั้งพอเรารู้สึกว่าเราทำอะไรลงไป โดยไม่รู้ตัว หรือไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ ผมว่ามันน่าจะมาจากจิตใต้สำนึก หรือไม่ก็
มาจากสัญชาตญาณ แต่ผมว่าเรื่องนี้มันน่าจะมาจากสัญชาตญาณมากกว่า

แต่ก็ใช่ว่ามันจะมาจากสัญชาตญาณเสียทั้งหมด… บางอย่างมันก็มีเหตุผล อย่างที่ผมบอกไปตอนแรกสำหรับเหตุผล
ที่เทคะแนนให้กับตัวเลือก เหตุผล อย่างการที่บอกว่า ทำไมถึงรักใครซักคน แล้วก็ต้องเลือก ต้องเลือกก็ต้องมีเหตุผล

สุดท้าย เท่าที่บ่นๆ มาผมก็ยังเลือกคำตอบไม่ได้อยู่ดี… ก็ขอเลือกทั้งสองตัวเลือกเลยละกันตอนนี้ คือ ผมรักใครสักคนหนึ่ง
ด้วย “เหตุผล” และ “สัญชาตญาณ”


แนะนำให้อ่านชื่อเรื่องนี้ด้วยเสียงแบบนุ่มๆ ดูจะได้เป็นความรู้สึกที่นุ่มนวลมาก “เมื่อวันเวลาของฉันมันลอยตัว”
หยั่งกะชื่อนิยายรักอย่างไรอย่างนั้น ซึ่งจริงๆ แล้วก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับนิยายเล้ย มันก็แค่ชีวิตธรรมดาๆ

ที่ตั้งชื่อเรื่องแบบนี้ก็ไม่ใช่นึกมีอารมณ์ซึ้ง หรือ อยากจะแต่งนิยาย หรอก แต่แค่อยากจะบ่นเรื่องเวลา
ในวันๆ หนึ่งของการดำรงชีวิตเยี่ยงสัตว์ประเสริฐในตอนนี้มันไม่ค่อยพอเท่าไหร่ แค่เพียง 24 ชั่วโมง
ไม่อาจสามารถจัดการสะสางงานทั้งหมดให้เสร็จได้ ทั้งที่คั่งค้างมาแสนนาน หรืองานใหม่ๆ ที่เอาพอก
เพิ่มพูนให้หางมันหนักขึ้นไปอีก ที่เป็นอย่างนี้คงไปโทษเวลาธรรมชาติไม่ได้ มันก็มี 24 ชั่วโมงเศษๆ
ของมันมาตั้งนมนานแล้ว กะอีแค่เศษฝุ่นของจักรวาลอย่างเราที่มีอายุแค่ 17 ปีจะไปเปลี่ยนแปลง
อะไรที่มันมั่นคงและมีอำนาจต่อทุกสรรพสิ่งขนาดนั้นได้หละ ก็คงทำได้แค่เพียงเปลี่ยนตัวเองหละมั้ง
แต่การเปลี่ยนตัวเองมันก็ไม่ได้ง่ายซะขนาดนั้น ต้องใช้ทั้งเวลา ต้องใช้ทั้งสภาพแวดล้อม ต้องใช้
ทั้งพละกำลังและความพยายาม ซึ่งตอนนี้ เวลาก็ไม่มี สภาพแวดล้อมก็ไม่เหมาะ แถมยังไม่มีอารมณ์
จะเปลี่ยนแปลงตัวเองอีกด้วย วิธีแก้แบบนี้คงต้องตัดไป และคงไม่เหลือทางแก้ทางอื่นอีกแล้ว
คงไม่มีอะไรง่ายไปกว่าการเปลี่ยนแปลงตัวเอง แต่เราก็ได้ตัดวิธีการที่ง่ายที่สุดที่เป็นไปได้ออกไป
เสียแล้ว ด้วยเหตุผลตามที่กล่าวๆ ไป สุดท้ายก็คงทำได้แค่เพียงโทษตัวเอง และนึกย้อนอดีตถึงสิ่ง-
ที่ผ่านๆ มา อย่างน้อยมันก็จะได้เป็นบทเรียนให้เอาไปใช้แก้ไขหรือวางแผนสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้
ที่ต้องโทษตัวเองก็คงเป็นเรื่องการแบ่งเวลาที่เหมาะสมแล้วแต่ไม่สามารถปฏิบัติตามได้กะละมัง
แบ่งไว้อย่างดี แต่สุดท้ายก็ปล่อยให้อารมณ์มาควบคุมกิจวัตรที่ควรจะเป็น สุดท้ายกรอบของเวลาที่
ได้วางเอาไว้ก็แตกเป็นเสี่ยงๆ วันเวลาและกิจกรรมต่างๆ ที่ต้องดำเนินไปก็รวนรันพัวพันมั่วกันไปหมด
ผลมันก็เลยออกมาเป็นอย่างที่เห็น แทนที่จะได้กระจายสิ่งที่ต้องทำลงไปในกรอบที่เหมาะสม
กลับต้องเอามารวมๆ กันไว้อย่างแน่นเอียด โดยที่ไม่สามารถขยายกรอบของเวลาเพิ่มขึ้นได้อีก
ตอนนี้เวลาการส่งงานต่างๆ ก็กระชั้นชิดเข้ามาแล้ว การสอบก็เขยิบเข้าใกล้แทบจะอยู่ใต้จมูก
แต่เวลาที่มีไม่ได้ถอยห่างออกไปเลย มันกลับบีบเข้ามาเรื่อยๆ จนเจ็บไปหมด… ฉันจะหาเวลาของฉันเพิ่มได้ที่ไหนกัน!

“วอนเถอะเวลา… ช่วยกลับมาหาฉันที… วันเถอะขอได้ไหม ขอคืนกลับมาเวลาที่เสียไป”
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า: “อย่าเสียใจเมื่อตอนเสียไป”


Last 2 weeks, my dad installed the box called “dreambox” in my house.
I’ve watched TV from it for 2 weeks and now  I can record the TV programs from it.

[Using Ngrablite and set something in dreambox settings].


ไม่รู้ว่าเพราะหมกเอาไว้หรืออย่างไร แต่ใกล้ได้ทำตารางแล้วดูสถิติวันที่ต้องส่งแล้ว!

งานใหญ่

  • โครงงานปัญหาเศรษฐกิจในชุมชน  – (เศรษฐศาสตร์)
  • รายงานแบบสมบูรณ์ (เกิด บุนนาค) – (ประวัติศาสตร์)
  • การเชื่อมโยงอะไรสักอย่าง – (ประวัติศาตร์)
  • โครงงาน CAS – (Creative Action Service)
  • โครงงาน SPC – (ระเบียบวิธีการวิจัย)

งานด๋อย

  • mindmapping ประวัติศาสตร์ (หลักฐานทางประวัติศาสตร์, การเมืองการปกครอง)
  • แผ่นพับประวัติศาสตร์ (เลือกเอาซักเรื่อง)
  • เขียนรายงานโรคต่างๆ, บุหรี่ในครอบครัว (ชีววิทยา)

เยอะบัดซบ? แล้วจะทำอย่างไรให้มันหมดดีหละเนี่ย!?!

First Edited: 03/07/2010
Second Edited:  08/07/2010
Last Edited:  15/08/2010